เทรดอะไรก็ยาก ขาดทุนเป็นเรื่องที่เกิดตลอด วันนี้มีกลยุทธเทรด Option มาฝาก
1. ลงทุนน้อย
2. กำไรมาก
3. โอกาสขาดทุนน้อย
4. โอกาสกำไรมาก
พูดง่ายๆ ก็คือ ความเสี่ยงต่ำสุดๆ เทรดแบบสบายใจ ไม่ต้องลุ้นต้องเฝ้า แต่กำไรชัวร์ ขอตั้งชื่อกลยุทธนี้ว่า “กลยุทธ Option ขั้นเทพ แบบปิดประตูตีแมว” คิดเอง ตั้งชื่อเองทั้งหมดครับ มาลองดูกัน
Option มีหลักการสำคัญที่ต้องทราบ คือ 1 จะต้องเทรดแบบจำกัดขาดทุนเท่านั้น นั่น คือ เทรดฝั่ง Long ครับ จะ Long Put หรือ Long Call ก็เลือกเอา
Long Put แทงลง
Long Call แทงขึ้นครับ
ทำเป็นแค่ 2 อย่างก็พอล่ะสำหรับกลยุทธนี้ จริงๆ มี Short Put, Short Call อีก (อันนั้นมัน unlimite lost เลยไม่ขอพูดถึง)
การเรียกชื่อสัญญามีหลักการดังนี้ ตัวชื่อสัญญาจะมี 5 ส่วน คือ
3 ตัวแรกหมายถึงหลักทรัพย์อ้างอิง
1 ตัวถัดไปหมายถึง สัญญาสิ้นสุดเดือน มีนาคม(H) มิถุนายน(M) กันยายน(U) และ ธันวาคม(Z)
2 ตัวถัดไป หมายถึงปีที่ของสัญญา
1 ตัวถัดไป หมายถึงสัญญา Call (C) or Put(P)
3 ตัวสุดท้ายหมายถึงราคาใช้สิทธิ์
เช่น
กรณีตัวอย่างแรก เรา ซื้อสัญญา S50 H 11 C 600 จะหมายถึง Long Call Option นั่นเอง แบบนี้หมายความว่าเราเราคาดหมายว่า set50 ก่อนสิ้นสุดเดือนมีนาค 2011 ต้องมีค่ามากกว่า 600 ถ้าถือสัญญานี้ และเป็นไปตามคาด คือ set50 มากกว่า 600 เราก็จะได้กำไร (โดยมากถ้าซื้อมาถูกๆ และคาดการณ์ตลาดใกล้เคียงก็จะมีคนมาขอซื้อต่อจากเราในราคาแพงกว่า ก่อนหมดอายุสัญญาอยู่แล้ว ถ้ากำไรพอควรแล้วก็ให้ปิดสัญญาก่อนหมดอายุสัญญา ไม่งั้นก็ต้องไปใช้สิทธิ์ตามกติกาของตลาดต่อไป ซึ่งต้องไปศึกษาวิธีการใช้สิทธิ์อีกแบบนึง)
กรณีตัวอย่างถัดมา ถ้าเราซื้อสัญญา S50 H 11 P 600 จะหมายถึง Long Put Option นั่นเอง แบบนี้หมายความว่า เราเราคาดหมายว่า set50 ก่อนสิ้นสุดเดือนมีนาค 2011 ต้องมีต่ำกว่า 600 ถ้าถือสัญญานี้ และเป็นไปตามคาด คือ set50 ต่ำกว่า 600 เราก็จะได้กำไร (โดยมากถ้าซื้อมาถูกๆ และคาดการณ์ตลาดใกล้เคียง ก็จะมีคนมาขอซื้อต่อจากเราในราคาแพงกว่า ก่อนหมดอายุสัญญาอยู่แล้ว ถ้ากำไรพอควรแล้วก็ให้ปิดสัญญาก่อนหมดอายุสัญญา)
การเทรดตามวิธีที่แนะนำจะเทรดทั้ง 2 อย่างควบกันไปใน คือ ทั้งแทงขึ้นและแทงลง เทรดที่ราคาต่ำๆ เท่านั้น ห้ามซื้อแพง ถ้าราคาข้างไหนต่ำมากๆ ก็ไปซื้อไว้ ข้างไหนแพงๆ ก็รอก่อน เมื่อคนมั่นใจอะไรมากๆ จะทำให้ฝั่งตรงข้ามมันถูก เราก็เลือกเทรดตรงข้ามกับคนส่วนใหญ่ในเวลานั้นๆ
เช่น
1. ถ้าตลาดโดยมาก คนส่วนใหญ่มองว่าขึ้น 1100 แน่ๆ มีแต่คนมองขึ้น จังหวะนั้น หา option ราคาต่ำๆ ในฝั่งแทงลง (Long Put) เก็บไว้ ตอนนั้นไม่มีใครมองลง ราคาแทงลงจะต่ำสุดๆ ให้ซื้อสัญญา Long Put เก็บไว้
2. พอหุ้นขึ้นไม่ไหว ทำท่าจะลง หรือ ลงอย่างแรง ราคาฝั่งลงจะแพงมากขึ้น ตลาดแห่มาถือฝั่งลง ให้เราซื้อสัญญาฝั่งขึ้น (Long Call) ที่ราคาถูกๆ เก็บไว้แทน (ตอนนี้ราคาจะถูก ยิ่งคนตกใจมาก ยิ่งถูกแบบเลือเชื่อเลย ได้สัญญาละ 2-400 บาท ก็โอเค) ตอนนี้เราจะถือทั้ง ขึ้นและลง
3. รอจนหุ้นขึ้นรอบใหม่ แล้วให้ไปถือฝั่ง Long Put แบบข้อ 1 ใหม่ โดยบีบช่วงราคาอ้างอิงให้แคบลง
4. รอจนหุ้นลงรอบใหม่ แล้วให้ไปถือฝั่ง Long Call แบบข้อ 2 ใหม่ โดยบีบช่วงราคาอ้างอิงให้แคบลง
ทำจนราคาใช้สิทธิมันเกิดจุดตัดทั้งฝั่งแทงลงกับแทงขึ้น หรือ ใกล้เคียงกันมากๆ พอหุ้นมันขึ้นมากๆ หรือ ลงมากๆ ราคาหลักทรพย์อ้างอิงจะหลุดจากกรอบออกไป เราก็จะได้กำไรสัญญาทางใดทางหนึ่งเป็นจำนวนหลายร้อย % จากที่เคยทำมาจะได้ 800-1000% สบายๆ ฝั่งไหนขาดทุน มันก็แค่เท่าทุน ทีลงทุนสัญญาละ 200-1000 เท่านั้น แต่สัญญาที่ทำกำไรมันจะทำกำไรหลายร้อย % สามารถชดเชยส่วนที่ขาดทุนจากสัญญาอื่นได้หด และเหลือกำไรทุกทีไป
ตัวอย่างการเทรด อธิบายอาจจะยังงงๆ งั้นดูภาพประกอบครับ จุดตัดของกราฟจะเป็นจุดที่บอกว่าเทรดยังไงก็มีแต่กำไร ถ้าสัญญาที่ซื้อมาไม่แพงเกินไป เราอาศัยหลักการที่ว่า ซื้อถูก ขายแพง และกำไรแค่ 1 สัญญา ก็มากกว่าราคาสัญญาทุนทุกสัญญารวมกัน จึงไม่สนใจสัญญาที่จะขาดทุน การซื้อก็ให้ซื้อถูกๆ แบบไม่มีราคา หรือต่ำมากๆ 200-800 กำลังดี ประมาณว่าขาดทุนก็ไม่สะเทือน แต่กำไรจะเหมือนถูกหวย การเทรดวิธีนี้จึงต้องซื้อทั่ง 2 ข้าง และหลายสัญญา โดยเป้าหมายคือ เอากำไรไม่กี่สัญญา และมากๆ % และพยายามปิดโอกาสขาดทุน คือ ซื้อให้กราฟเกิดเส้นตัด ดังภาพให้ได้
แถบเหลืองจะหมายถึง set 50 ที่จะขึ้นๆ ลงๆ พอตลาดเกิดอารมณ์กลัว อารมณ์ไล่ราคา มันจะเป็นโอกาสทองในการเข้าซื้อสัญญาในฝั่งตรข้ามกับอารมณ์ตลาด เพราะมันจะมีคนขายให้ถูกๆ แบบไม่น่าเชื่อ ยิ่งช่วง panic ยิ่งมีของถูกๆ ให้เก็บ วิธีนี้ไม่เหมาะกับตลาดนิ่งนะ ต้องสวิงสวายหน่อยจะเหมาะมากๆ เลย ยิ่งหลากหลายอารมณ์ยิ่งดี เพราะมันหากินกับความกล้าและกลัวของคนนั่นเอง
