Hamburger Crisis 2008 รากเหง้าแห่งปีศาจของโลกการเงิน
หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้ง การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างร้อนแรงของประเทศจีน การลดบทบาทของกลุ่มเศรษฐกิจในโลกตะวันตก ภาวะราคาน้ำมันและสินค้าการเกษตรที่สูงขึ้น ภาวะราคาน้ำมันและพื้ชผลทางเกษตรที่สูงขึ้น วิกฤติการณ์ทางการเงินโลกที่มีจุดเริ่มต้นจากภาคอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์ทั้งหมดมีจุดเริ่มต้น 4 ประการคือ
1 ความไม่สมดุลทางการเงินโลก
2 กระแสการเปิดเสรีการค้าและบริการ
3 นโยบายทางเศรษฐกิจขอสหรัฐอเมริกา
4 นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ
ความไม่สมดุลทางการเงินโลก อันเป็นผลจากการที่สหรัฐอเมริกาขาดดุลบัญฃีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่องในขณะที่กระแสการเปิดการเสรีทางการค้าและบริการ ทำให้เอเซียตะวันออกโดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งเป็นฐานการผลิตของโลก เกิดดุลบัญชีเดินสะพัดกับประเทศตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่องและทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศมีมีมากขึ้น แล้วนำเอาเงินสำรองนี้ไปลงทุนในสหรัฐอเมริกาในรูปของพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารเฉพาะกิจที่รัฐสนับสนุน (Government –Sponsored Enterprise: GSE) เช่น Fanny May ,Freddy Mac
ในขณะเดียวกัน นโยบายเศรษฐกิจของธนาคารสหรัฐ (Fed) ในช่วงปี 2544 – 2547 ที่ลดดอกเบี้ยลงต่อเนื่องและยาวนานเพื่อพยุงเศรษฐกิจมิให้ตกต่ำจากภาวะฟองสบู่ของตลาดหุ้น แต่ก็นำไปสู่ภาวะหองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์แทน เมื่อผสมผสานกับนวุนกรรมทางการเงินยุคใหม่ทำให้ฟอวสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ลุกลามมายังภาคการเงินและนำไปสู่กระแสเก็งกำไรในทุกตลาด ทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน และ ตลาดโภคภัณฑ์เป็นสาเหตุที่ทำให้สภาพคล่องในโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก
จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ สหรัฐอเมริกาแตก ทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุน รวมทั้งตลาดโภคภัณฑ์โลกผันผวนจนเกิดวิกฤติการเงินระดับโลก และลุกลามไปเป็นวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้
ในระยะสั้น หนทางที่โลกรอดพ้นกัยภาวะวิกฤติระดับ The Great Depression ที่เคยเกิดขค้นในช่วงปี ค.ศ. 1930 ที่ทางการทุกประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่ ต้องใช้มาตรการผ่อนคลายทางการคลังในรูปแบบ Keynesian ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของกรอบวงเงินงบประมาณเดิม เนื่องจากเครื่องมือนโยบายอื่นๆ ที่สามารถใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการเงิน นโยบายผลักดันสินเชื่อ รวมถึงการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนั้น ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจโลกได้ดีเท่า
อย่างไรก็ตามในระยะยาววิกฤติครั้งนี้บ่งฃี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจโลกตะวันตก รวมถึงเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐที่เป็นตัวแทนของโลกกำลังลดระดับความสำคัญลง ในขณะที่เศรษฐกิจโลกตะวันออกรวมถึงเงินสกุลหยวนเริ่มมีความสำคัญแทนที
การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของเอเซียและจีนจะทำให้ความต้องการวัตถุดิบมีมากขึ้น ทั้งสินค้าโภคภัณฑ์หนัก เช่น น้ำมัน โลหะต่างๆ ที่ใช้ในการผลิต และสิ้นค้าโภคภัณฑ์เบา เช่น สิ้นค้าเกษตรซึ่งจะทำให้ประเภทผู้ผลิตดังกล่าวมีอัตราการส่งออก รวมถึงอ้ตราการขายายตัวทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวสูงขและมีคำคัญในเวทีเศรษฐกิจโลกมากขึ้น……………………………………